กฎจราจร ที่หลายคนมักจะเข้าใจกันแบบผิดๆ

กฎจราจร ที่หลายคนมักจะเข้าใจกันแบบผิดๆ

กฎจราจร มีไว้เพื่อให้ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนทุกคนสารมารถใช้ถนนร่วมกันได้อย่างปลอดภัย มีระเบียบวินัยภายในสังคม แน่นอนว่า ผู้ที่ต้องใช้งานท้องถนนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการขับรถ ขี่มอเตอร์ไซค์ หรือแม้กระทั่งคนเดินถนน ก็ต้องเคารพกฎจราจรทั้งหมด แต่ก็มีอยู่บางข้อ ที่หลายคนยังคงเข้าใจผิด และทำจนกลายเป็นเรื่องปกติ วันนี้เราจึงนำกฎจราจรบางข้อที่หลายคนมักจะทำผิดโดยไม่รู้ตัวมาฝากกัน

1.ขับผ่านทางม้าลายโดยไม่จอดหรือชะลอขณะมีคนรอข้าม

หลายคนอาจไม่ทราบว่าเลยว่า ตามกฎหมายระบุไว้ชัดว่า คนเดินเท้าที่กำลังเดินข้ามถนนในทางม้าลายมีสิทธิไปก่อนรถ เพราะตามกฎหมายต้องหยุดให้คนข้ามถนนในทางข้าม แต่จะต้องระวังให้โอกาสแก่รถที่ชะลอความเร็วและหยุดไม่ทัน ก่อนที่จะก้าวลงไป มีการกำหนดโทษไว้ตามมาตรา 152 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

2. เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด

ปกติเวลาเราขับรถไปติดตาม 4 แยกไฟแดง หรือ 3 แยกก็แล้วแต่ เราก็มักจะเลี้ยวซ้ายในทันที ทั้งที่ไฟจราจรนั้นยังเป็นสีแดงอยู่ โดยที่เราคิดเอาเองว่า แยกนั้นสามารถเลี้ยวซ้ายได้เลยโดยไม่ต้องรอสัญญาณไฟ

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทุกแยกที่มีไฟสัญญาณจราจร และไม่มีการตัดช่องพิเศษเพื่อให้เลี้ยวซ้ายได้ จะต้องหยุดหลังเส้นจราจรทุกครั้ง เมื่อสัญญาณจราจรขึ้นมาเป็นสีแดง ยกเว้นในกรณีที่มีป้ายจราจรแจ้งเอาไว้ว่า แยกนี้สามารถเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดได้ หรือมีป้ายบอกว่า “เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด”  ถึงไม่ต้องรอสัญญาณไฟ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับเทียบเท่ากับการฝ่าสัญญาณไฟแดง แต่ในกรณีที่เลี้ยวซ้ายได้เลยโดยไม่ต้องรอสัญญานไฟ ก็ขอให้ระมัดระวังรถทางด้านขวาด้วยนะครับ

กฎจราจร ที่หลายคนมักจะเข้าใจกันแบบผิดๆ ขับช้าแช่ขวา

3. ขับแช่เลนขวา (ขับช้าแช่ขวา)

ในเรื่องการขับรถแช่ในเลนขวาผิดหรือไม่ ยังคงเป็นปัญหาโลกแตกที่เถียงกันไม่จบไม่สิ้น โดยฝ่ายผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วต่ำในเลนขวา มองว่าการขับขี่ในลักษณะนี้ไม่ผิด กฎจราจร อีกทั้งยังเป็นการใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า “เลนขวา” มีไว้สำหรับแซงเท่านั้น  กรณีนี้เรียกว่าสร้างความหงุดหงิดให้ผู้ใช้รถใช้ถนนอยู่เป็นประจำ บางคนขับช้าแบบไม่สนหน้าอินหน้าพรหมเสมือนเป็นถนนของข้าคนเดียว คันหลังขับจี้ก้น กระพริบไฟเตือนก็ยังไม่หลบ

ประเด็นนี้จึงกลายเป็นปัญหาที่ถกเถียงกันอย่างดุเดือดในโลกออนไลน์ ซึ่งตามกฎหมายจราจร ได้กำหนดให้ เลนขวา มีไว้สำหรับแซงเท่านั้น ผู้ขับขี่ต้องขับชิดขอบทางด้านซ้าย หากไม่ปฏิบัติตามอาจโดนโทษปรับ

ผู้ขับในลักษณะนี้มีความผิด 2 กระทง คือ มาตรา 34 บัญญัติไว้ว่าถนนที่มีการแบ่งเส้นจราจรมากกว่า 2 เลนขึ้นไป ผู้ขับขี่ต้องขับชิดขอบทางด้านซ้าย หากไม่ปฏิบัติตามอาจโดนโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และอีกข้อ คือ การขับรถกีดขวางทางจราจร มีโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท

กลับรถตรงทางแยก

4. ยูเทิร์นมันตรงสี่แยกนี่แหละ (กลับรถที่ 4 แยก)

หลายต่อหลายคนยังคงเข้าใจว่า ทุกแห่งที่ไม่มีเกาะกลาง สามารถกลับรถได้ โดยเฉพาะ 4 แยกไฟแดง เมื่อได้ไฟเขียวเมื่อไหร่สามารถกลับรถได้ทันที แต่ถ้าไปดูตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 53 วงเล็บ 3 จะมีระบุเอาไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ขับขี่กลับรถที่ทางร่วมทางแยก เว้นแต่จะมีเครื่องหมายจราจรให้กลับรถในบริเวณดังกล่าวได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วตามแยกไฟแดงก็จะมีป้ายห้ามกลับรถอยู่แล้วนะครับ

5. จอดรถตรงบริเวณขอบทาง ทาสีขาว-ดำ

คนที่ขับรถย่อมรู้กันอยู่แล้วว่า ถ้ามีการขีดเส้นสีขาว-แดง ตรงไหน แสดงว่าตรงนั้นห้ามจอดโดยเด็ดขาด แต่ถ้าเป็นการขีดเส้นสีขาว-ดำเมื่อไหร่ ก็เข้าใจว่าตรงนั้นสามารถจอดได้ไม่โดนใบสั่ง

แต่ถ้าเราไปดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับเครื่องหมายจราจรแล้ว จะถูกระบุเอาไว้เพียงว่า “เครื่องหมายขาวดำ มีลักษณะเป็นแถบสีขาวสลับสีดำ แสดงหรือทำให้ปรากฏที่ขอบคันหินหรือสิ่งกีดขวางอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ทางเห็นขอบคันหินหรือสิ่งกีดขวางนั้น ๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น”

 ข้อกฎหมายไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าตรงนั้นสามารถจอดรถได้ ดังนั้น ต้องดูว่า ณ จุดที่ท่านจอดรถนั้น เป็นจุดที่เข้าข่ายห้ามจอดรถหรือไม่ เช่น มีแถบขาว-ดำ อยู่ก็จริง แต่มีเครื่องหมายจราจรห้ามจอดรถ , ในระยะสามเมตรจากท่อน้ำดับเพลิง, เป็นทางร่วมทางแยก , ในระยะสิบเมตรจากที่ติดตั้งสัญญาณจราจร หรือในระยะสิบเมตรจากทางร่วมทางแยก เป็นต้น  ดังนั้น แถบสีขาว-ดำ ไม่ได้แปลว่าจอดได้ ต้องดูเป็นกรณีไปนะครับ

6. แซงเส้นทึบ

เป็นอีกหนึ่งกรณีที่พบเห็นกันได้บ่อยมาก ทั้งที่เพื่อนร่วมทางหลายคนอดทนต่อแถวกันมายาวเหยียด แต่พวกเห็นแก่ตัวก็มาเบียดปาดตรงเส้นทึบเพื่อแทรก หรือแซง ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ ก่อนขึ้นสะพาน , ติดไฟแดงทางแยก, ปาดเพื่อเข้าซ้าย บางทีผู้ที่ขับต่อแถวอยู่ในช่องเลนถูกต้องไม่ยอมให้เข้า คนพวกนี้ยังแสดงทีท่าความไม่พอใจ ทั้งที่ตนเองคือผู้กระทำผิดแท้ๆ

7. ฝ่าไฟเหลือง

คนที่ขับรถส่วนใหญ่เห็นไฟเหลืองแล้วคิดว่าต้องรีบเร่งเพื่อที่จะไป แต่จริง ๆ แล้วไฟเหลืองคือสัญญาณให้เตรียมตัวชะลดรถเพื่อที่จะหยุด ครับ

8. เปิดไฟตัดหมอกไม่ถูกเวลา

กรณีเรื่องเปิดไฟตัดหมอกผิดเวลานั้น เรามักจะพบกันเห็นบ่อยๆ รถบางคันเปิดแบบไม่รู้ตัวโดยเฉพาะมือใหม่ หรือบางคนก็ไม่ทราบว่าสวิทช์ไฟตัดหมอกสามารถเปิด-ปิดได้ ไฟชนิดนี้มีทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ซึ่งด้านหลังส่วนใหญ่เป็นสีแดง มีความเข้มข้นของแสงมากกว่าไฟทั่วไป สามารถแยงตารถที่ขับตามหลังมาได้จากระยะไกล ยิ่งเมื่อเข้าใกล้จะยิ่งทวีความจ้ามากขึ้น ซึ่งตามกฎหมายอนุญาตเปิดได้ในกรณีที่ทัศนวิสัยไม่ดี หรือมีหมอกหนาเท่านั้น หากเปิดพร่ำเพรื่อ มีความผิดปรับไม่เกิน 500 บาท

กฎจราจรนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคนที่ใช้รถใช้ถนน หากไม่ปฏิบัติตามหรือละเลยกฎจราจรไป ก็อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นเราควรเคารพกฎจราจร เพราะนอกจากจะทำให้เราปลอดภัยแล้ว เพื่อนร่วมทางของเราก็จะปลอดภัยด้วยเช่นกัน