เกียร์ CVT คืออะไร ทำงานอย่างไร แล้วทำไมถึงน่าใช้ ?

เกียร์ CVT

“เกียร์ CVT” คือหนึ่งคำที่หลายคนต้องเคยได้ยิน เกียร์ CVT ถูกใช้ในรถเกียร์ออโต้หลายต่อหลายรุ่นในปัจจุบัน โดยเฉพาะรถเก๋งรุ่นใหม่ ๆ ต่างหันมาใช้งานระบบเกียร์ CVT อย่างแพร่หลาย ตัวอย่างรุ่นรถที่ใช้เกียร์ CVT เช่น Honda HR-V , Nissan Juke , Toyota Yaris , Honda Jazz หรือแม้แต่รถขับเคลื่อน 4 ล้ออย่าง Subaru XV และอีกมากมายหลายรุ่นที่นำเอาเกียร์ CVT เข้ามาใช้

ส่วนถ้าเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังแทบจะไม่เห็นว่านำเกียร์ CVT มาใช้ ส่วนใหญ่จะเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ แล้วไอ้เจ้าระบบเกียร์ออโต้แบบ CVT นี้มันคืออะไร ? และมันแตกต่างกับเกียร์ออโต้แบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์อย่างไร เราไปดูกัน

ระบบเกียร์ CVT หรือระบบเกียร์แปรผัน ย่อมาจากคำว่า “CONTINOUS VARIABLE TRANSMISSION” จะเปลี่ยนแปลงการทำงานตามกำลังที่ถูกส่งมาจากเครื่องยนต์ ผ่านการทำงานของชุดพลูเลย์ 2 ตัว ตัวแรกต่อกับเครื่องยนต์ เรียกว่าพลูเลย์ขับ (DRIVE PULLEY) ตัวที่สองต่อกับเพลา เรียกว่าพูลเลย์ตามหรือพูลเลย์กำลัง (DRIVEN PULLEY) โดยพลูเลย์ทั้งสองจะทำงานสอดคล้องกันผ่านสายพานตามอัตราเร่ง และรอบเครื่องที่ถูกส่งมาจากเครื่องยนต์

ระบบเกียร์ CVT ในรถยนต์นั้น จะไม่มีชุดเฟืองในแต่ละเกียร์ แต่จะใช้วิธีปรับอัตราทดด้วยการเปลี่ยนแปลงขนาดของพูลเลย์ให้เป็น พูลเลย์ขับเล็ก และ พูลเลย์ตามใหญ่ เพื่อให้มีแรงบิดในการออกตัว เปรียบเทียบได้กับอัตราทดเกียร์ 1 เฟืองเล็กขับเฟืองใหญ่ แต่เมื่อความเร็วสูงขึ้น พูลเลย์ขับก็จะขยายตัวใหญ่ขึ้น และพูลเลย์ตามจะมีขนาดลดลง เปรียบเสมือนเฟืองใหญ่ขับเฟืองเล็กซึ่งจะได้ความเร็วเพิ่มขึ้น (รถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติกก็ใช้หลักการทำงานแบบนี้เช่นกัน)

การทำงานของระบบเกียร์ CVT
การทำงานของระบบเกียร์ CVT
ภาพจาก : tsmotor.co.th

โดยเจ้าระบบเกียร์ CVT จะโดดเด่นมากในเรื่องของความนุ่มนวลในการขับขี่ ไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนเกียร์ สามารถขยับอัตราทดจากเกียร์ 1 ไปเกียร์ 2 และเกียร์อื่น ๆ ได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าเกียร์ออโต้แบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ จึงส่งผลให้จังหวะการขับขี่ ผู้ขับขี่จะไม่รู้สึกถึงอาการกระชากใดๆ ในจังหวะที่เปลี่ยนเกียร์ ตัวรถจะค่อยๆ วิ่งเร็วขึ้นไปอย่างนุ่มนวล ซึ่งความนุ่มนวลของการทำงานของเกียร์ CVT นี้ก็มีผลต่อการช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย

ข้อดีของเกียร์ CVT
ข้อดีของเกียร์ CVT คือความนุ่มนวล เพราะเกียร์ CVT จะแปรผันอย่างต่อเนื่องไม่รู้สึกถึงรอยต่อในการเปลี่ยนเกียร์ จึงทำให้รถยนต์นิ่งไม่มีความรู้สึกถึงการกระชาก หรือกระตุก แต่จะค่อย ๆ ไต่ความเร็วขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างนุ่มนวล

ข้อเสียของเกียร์ CVT
จริง ๆ แล้วจะว่าเป็นข้อเสียก็ไม่เชิง ระบบเกียร์ CVT จะไม่ค่อยเหมาะกับคนขับที่เท้าหนัก เหยียบแบบกระแทก เพราะคุ้นเคยกับเกียร์ออโต้แบบทั่วไป ซึ่งยังไม่เข้าใจการทำงานของ ระบบเกียร์ CVT เพราะถึงแม้จะตะบี้ตะบันเหยียบให้ตาย (รอบเครื่องมาแต่รถไม่ค่อยไป) เจ้าระบบเกียร์ CVT ก็จะค่อยๆ พาให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างนุ่มนวลอยู่ดีนั่นแหละ จึงทำให้ไม่ค่อยถูกใจขาซิ่งที่ต้องการความแรงซักเท่าไหร่ จนทำให้รู้สึกว่ารถมันอืดไม่พุ่ง พาลคิดให้หลายท่านคิดไปต่าง ๆ นานา ว่าแบบนี้เกียร์ CVT ขึ้นเขาไหวไหม ? แสดงว่ายังไม่เข้าใจ CVT

ผลต่อเนื่องจากการขับขี่ที่ไม่เข้าใจการทำงานของระบบเกียร์ CVT โดยที่ผู้ขับขี่ที่กระแทก เหยียบคันอย่างแรง ส่งผลเสียให้ชิ้นส่วนระบบเกียร์อย่างสายพานมีอายุการใช้งานที่สั้นลงอีกด้วย

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะขับรถที่ใช้ระบบเกียร์ CVT หรือไม่ว่าจะเป็นเกียร์แบบไหน การใช้งานการขับขี่ก็เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เกิดสมรรถนะสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการสิ้นเปลือง พละกำลัง รวมถึงอายุการใช้งานของระบบเกียร์ ก็อยู่ที่การขับขี่แล้วล่ะครับ ลองปรับเปลี่ยนและทำความคุ้นเคยกับเกียร์ CVT ดู ต้องเข้าใจการทำงาน หรือรู้เทคนิคในการขับรถเกียร์ CVT ซักหน่อย แล้วจะรู้เลยว่า CVT มันก็ไม่ธรรมดานะจะบอกให้ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการใช้รถครับ