Toyota ทุ่ม 61,000 ล้าน ตั้งฐาน รถยนต์ไฟฟ้า ที่อินโดฯ

รถยนต์ไฟฟ้า Toyota

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว่า Toyota  ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นค่ายรถยักษ์ใหญ่ของโลก นั้นเอาจริงเอาจังกับเทคโนโลยี “ไฮบริด” หลายคนจึงคิดไปว่าทาง  Toyota คงจะไม่สนใจตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามากซักเท่าไหร่ เมื่อครั้งที่กระแส รถยนต์ไฟฟ้า เริ่มในช่วงแรก ๆ

แต่เมื่อต้นเดือนที่แล้ว Toyota ก็ทนกระแสไม่ไหวจนต้องลงมาเล่นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าบ้าง  โดยประกาศแผนว่าจะเร่งปล่อยแถวรถยนต์ไฟฟ้าออกสู่ตลาดภายในอีก 5 ปีข้างหน้า

มีรายงานข่าวออกมาว่า Toyota ทุ่มเม็ดเงินจำนวนถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 61,000 ล้านบาท ในการทำ R&D หรือว่าการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่ประเทศอินโดนีเซีย และได้มีการทำข้อตกลงเรียบร้อยแล้วระหว่างรัฐบาลอินโดนีเซียกับ Akio Toyoda ซีอีโอของ Toyota ในการประชุมที่จัดขึ้นที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

ส่วนเหตุผลที่ททาง เลือกอินโดนีเซียเป็นฐานในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า คงเป็นเพราะรัฐบาลอินโดนีเซียมีแผนที่จะสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าอยู่แล้ว และที่สำคัญอินโดนีเซียยังเป็นประเทศที่มีแร่ที่สำคัญต่อการผลิตแบตเตอรี่ (Lithium-ion) คือ แร่ศิลาแดง (nickel laterite) อยู่เป็นจำหนวนมาก  ทำให้การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota เป็นไปได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ความจริงแล้วมีค่ายรถยนต์อีกหลายค่ายที่มองว่าแห่งสำคัญการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่อินโดนีเซีย เช่น เมื่อเดือนธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา Hyundai  ก็ประกาศลงทุน 880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 26,400 ล้านบาทที่อินโดนีเซีย รวมไปถึง Mitsubishi ก็กำลังร่วมงานกับรัฐบาลอินโดนิเซียในการทำวิจัยเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าอยู่เช่นกัน

นับว่าเป็นเรื่องที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบันอินโดนิเซียเป็นเพียงประเทศเดียวที่เป็นฐานการผลิตรถยนต์ MPV ส่งออกไปทั่วโลก ไม่แน่ว่าในอนาคตรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่มีจำหน่ายทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยอาจจะมาจากอินโดนีเซียก็เป็นได้

ข้อมูลจาก : carscoops, paultan, reuters